[รีวิว] Surface 3 แท็บเล็ตในร่างพีซีที่น่ากลัว

Surface รุ่นสุดท้ายที่ไม่มี Pro

0 2,827

 

หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Mobile Expo เมื่อวันที่ 7-10 พ.ค. ที่ผ่านมา นับว่าได้เสียงตอบรับกันอย่างล้นหลาม กับผลิตภัณฑ์ Surface 3 ของไมโครซอฟท์ ไม่ต้องรอช้า ทาง ThaiLiveTile ขอเริ่มรีวิวกันเลยครับ

Unbox Surface 3

Surface 3 ที่เราจะมารีวิวครั้งนี้เป็นรุ่น ความจุ 128 GB แรม 4 GB ครับ ราคาอยู่ที่ 21,400 บาท (+คีย์บอร์ด = 25,890 บาท) รูปแบบของกล่องสวยงามทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าตามสไตล์ Surface รุ่นก่อนหน้า มีเลข 3 ตัวใหญ่ๆเพื่อบอกรุ่น

surface_3_review_001

ด้านหลัง บอกว่าเป็น Windows จริงๆนะ ไม่ RT แล้ว พร้อมบอกความจุ 128 GB, 4 GB RAM

surface_3_review_002

เปิดกล่องมาก็เจอตัว Surface 3 อยู่ทันที

surface_3_review_003

ด้านขวา กล่องสีขาวสูงๆ เป็นที่ชาร์จ + สาย USB-microUSB ด้านล่างของ Surface 3 เป็นคู่มือ

surface_3_review_004

ที่ชาร์จของ Surface 3 รอบนี้กลายเป็นช่อง mirco USB แล้ว

surface_3_review_005

พอดีผมมี Surface RT (รุ่นแรก) อยู่พอดี เลยลองมาวางเทียบกันดูครับ (แอบชอบสีดำมากกว่าแฮะ)

surface_3_review_006

ลองเอา Surface Type Cover รุ่นแรกมาใส่กับ Surface 3 ดู (ใช้งานได้ด้วยนะ) จะเห็นขนาดของรุ่นแรกเทียบกับรุ่นปัจจุบันได้ชัดเจนขึ้น ว่ารุ่นแรกจะเป็นทรง Widescreen มากกว่านั่นเอง

surface_3_review_007

First Impression

surface_3_review_008

ความประทับใจแรกของ Surface 3 มองคร่าวๆ ดีไซน์ไม่เปลี่ยนไปจากรุ่นก่อนๆมากในด้านวัสดุ แต่ที่ปรับปรุงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดคือ “ขนาด” ครับ สัมผัสแรกที่ผมได้ลองจับคือ ผมรู้สึกถูกใจจอขนาด 10 นิ้วอัตราส่วน 3:2 (ที่เลียนแบบอัตราส่วนของกระดาษ A4 หรือภาพถ่ายจากกล้อง) และบางสวยงามกว่าเดิม มันค่อนข้างดูดีมีระดับ แบบ Surface Pro 3 รุ่นพี่ที่ราคาค่อนข้างแพงกว่าพอสมควร

ถือนานๆแล้วไม่รู้สึกหนัก เพราะมันเบาเพียง 622 กรัมเท่านั้น (รวมคีย์บอร์ดด้วยก็ 800กว่ากรัม) ถ้าเทียบกับ Surface รุ่นก่อนๆหน้า ที่ขนาดจะไม่ใช่ 3:2 แต่เป็นแบบ widescreen นั้น ทำให้ถือยากอยู่พอสมควร ตรงนี้ผมรู้สึกว่า ไมโครซอฟท์ทำการบ้านมาดีมากๆครับ

พอร์ตต่างๆ

surface_3_review_009
พอร์ตเชื่อมต่อของ Surface 3 อยู่ด้านขวาทั้งหมด คือ Display Port, USB3.0, Micro USB (ชาร์จไฟได้) และช่องหูฟังตามลำดับ และด้านในของ KickStand (ที่ปรับได้ 3 ระดับแล้ว) มีช่องเสียบ Micro SD เหมือนรุ่นก่อนๆเช่นเดิมครับ
ความเด่นของรุ่นนี้คือ ที่ชาร์จไฟกลายเป็นช่อง Micro USB ซึ่งพอที่ชาร์จกลายเป็นช่อง Micro USB แล้ว จุดเด่นที่หลายคนนึกไม่ถึงคือ มันสามารถใช้ Power bank มาชาร์จได้เหมือนชาร์จมือถือสมาร์ทโฟนทั่วไปเลยครับ

การใช้งานทั่วไป

surface_3_review_010

เนื่องจาก Surface 3 นี่มากับ Windows 8 ตัวเต็ม (ที่ไม่ใช่ RT เหมือนรุ่นก่อนๆแล้ว) ทำให้เราสามารถใช้งานได้เหมือน PC/Notebook อีกเครื่องนึงเลยครับ เพราะงั้น เราสามารถลงโปรแกรมบนวินโดว์ได้ทุกอย่างเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น Photoshop, Winrar, Dropbox, Line PC, เบราเซอร์ Firefox, Google Chrome, Text Editor ต่างๆ หรือแม้กระทั่งเกม เช่น The Sims, Sims City, Dota 2, HON, LOL และอีกมากมาย (ส่วนจะเล่นไหวไม่ไหว ก็อีกเรื่องนึง ฮ่าๆ)

หน้าจออย่างที่กล่าวไป เป็นอัตราส่วน 3:2 การทำงานอยู่ที่ 1920×1280 ครับ ถือว่าพื้นที่การใช้งานไม่เล็กไม่ใหญ่ครับ กำลังดีเลยครับ แต่ปัญหาของอัตราส่วน 3:2 มีผลให้เวลาดูวิดิโอ/ดูหนังจะเห็นขอบดำเยอะพอสมควร ทำให้ไม่เหมาะสำหรับการดูหนังเท่าไหร่นัก เพราะจุดเด่น/จุดขายของไมโครซอฟท์มุ่งไปที่ การใช้งานจดโน้ต และใช้งานร่วมกับ OneNote นั่นเองครับ

ซื้อ Surface 3 ภายในปีนี้ แถม Microsoft Office 365 ฟรี 1 ปีเต็มๆครับ เมื่อซื้อมาแล้วต้องกด Activate เพื่อรับสิทธิพิเศษด้วยครับ (เข้าใจว่าถ้าซื้อในร้าน เขาน่าจะกดให้เลยครับ) ดังนั้นเราจะได้ใช้ Word, Excel ,Powerpoint ในแบบลิขสิทธิ์แท้ไปเต็มๆ 1 ปีเลยครับ

surface_3_review_017

ทดสอบลงโปรแกรม Text Editor สำหรับโปรแกรมเมอร์อย่างเช่น Sublime Text

surface_3_review_012

กล้อง

Surface 3 มีกล้องหลัง 8 ล้านพิกเซลพร้อมออโต้โฟกัส และกล้องหน้า 3.5 ล้านพิกเซล ผมว่าก็กำลังดีสำหรับแท็บเล็ตทั่วไป คือมีไว้แก้ขัดเฉยๆ ไม่ได้ถ่ายให้โปรหรืออะไรมากมาย อาจใช้ถ่ายเอกสารแล้วจดโน้ตเอาครับ คือสิ่งที่ไมโครซอฟท์อยากให้เราใช้งานในแบบนั้นมากกว่า ถ้าอยากถ่ายดีๆหน่อย ยังไงผมว่าสมาร์ทโฟนหรือกล้องถ่ายรูปจะตอบโจทย์กว่าเหมือนเดิมครับ แต่ผมว่าแค่นี้ก็ดีมากๆแล้ว คุณภาพพอๆกับมือถือระดับกลางเลยครับ

ภาพถ่ายจากกล้องหลัง (คลิกเพื่อดูภาพต้นฉบับ)

WIN_20150516_155005

ภาพถ่ายจากกล้องหน้า (คลิกเพื่อดูภาพต้นฉบับ)

WIN_20150516_155045

ประสิทธิภาพของ Atom x7

Atom CPU Z8700 นี้มีความถี่ที่ 1.6 GHz ซึ่งก็ไม่ได้แรงอะไรมากมายเท่าพวก Core i ทั้งหลาย ในการทดสอบเล่นเน็ต เช็คเมล ดูยูทูป Full HD ทุกอย่างลื่นไหลหมดครับ ผมลองใช้ Internet Explorer 11 (ที่อนาคตจะถูกแทนด้วย Microsoft Edge) ผมกลับรู้สึกว่าการใช้งานบน IE 11 นั้นลื่นไหลกว่าบน Google Chrome อาจเป็นเพราะการปรับแต่งของโปรแกรม IE 11 ให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมปัจจุบันของตัวฮาร์ทแวร์มากกว่าครับ

Photoshop

surface_3_review_014

มาลองของจริงอย่างพวก Photoshop กันบ้าง ผมลองกับ Photoshop CS6 พบว่า ดีเกินคาด คือเป็นที่น่าพอใจสำหรับผมในการทำงาน ผมเริ่มตั้งแต่แก้ไขรูป Layer เดียว ลื่นไหลดี ถัดไปลองทำงานกับไฟล์ PSD ใหญ่ๆที่มี Layer เยอะๆ ก็ยังรับได้ ตอบสนองเร็วอยู่ครับ ไม่ว่าจะเป็น ย่อภาพขยายภาพ ใส่ฟิลเตอร์ ใส่การเบลอ โดยรวมอยู่ในเกณฑ์ตอบสนองเร็วอยู่ครับ แต่ถ้าเริ่มเปิดหลายๆไฟล์ แต่ละไฟล์มีหลายๆ Layer แล้ว เหมือนแรมจะเริ่มไม่พอครับ จะเริ่มหน่วง ซึ่งถ้าจะทำงานด้านกราฟฟิคอย่างจริงจังๆ บน Surface 3 ไปเลย ผมว่าก็ยังไม่เหมาะซะทีเดียวครับ ถ้าแค่แก้เล็กๆน้อย แบบรูปเดียว เช่นย่อ/ขยายภาพ ใส่ฟิลเตอร์ ก็ยังถือว่าทำงานลื่นอยู่ครับ

หน้าตา Photoshop เวลาเปิดใน Surface 3 ครับ จะเห็นว่า พวกปุ่ม/เมนูต่างๆ รู้สึกเล็กมากกกกกกกกกกก ไม่เหมาะกับการสัมผัสเลยครับ (แน่นอนอยู่แล้ว ส่วนใหญ่เข้า Photoshop กันก็คงชินกับการใช้เม้าส์กับคีย์บอร์ดมากกว่า) ซึ่งบางทีมันก็รู้สึกขัดๆ ถ้าสังเกต Taskbar ข้างล่าง จะรู้สึกใหญ่มากๆ แล้วมาเจอกับปุ่ม/เมนูเล็กๆใน Photoshop มันเลยแปลกๆไปหน่อยครับ

surface_3_review_016

(อัพเดต: เรื่องขนาดปุ่ม/เมนู ได้ถูกแก้ไขใน Photoshop CC แล้ว)

ทดสอบใส่ Filter Lens Blur กับภาพ 1 ภาพ ก็ประมวลผลได้เร็วใช้ได้ครับ

surface_3_review_015

Dota 2

มาลอง “เล่นเกม” กันบ้าง ผมได้ลองลง Steam และ Dota 2 ดูครับ เริ่มลงครั้งแรก มันจะติดตั้งนานหน่อย เหมือนเตรียมความพร้อมให้กับระบบครับ

review-surface-3-dota2-01

โอเค เข้าเกมได้ละ 😀

review-surface-3-dota2-02

ก็แอบตกใจเล็กน้อยที่มันก็ยังโหลดไม่นานแฮะ เข้าเกมได้ปกติละ ก็ลองเข้าเล่นจริงๆสักเกมสิ (สร้างห้องบอทเอง) ผลปรากฏว่า…

review-surface-3-dota2-03

ดูจากภาพก็เหมือนจะเล่นได้ แต่เอาจริงๆ กระตุกมากๆเลยครับ เล่นไม่ได้เลยจริงๆ ซึ่งก็เป็นไปตามที่คาดคิดไว้ เพราะเพียงแค่ CPU Atom บวกกับไม่มีการ์ดจอ ทำให้การเล่นเกม Desktop นั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากครับ จากนั้น 5 นาทีถัดมา ผมจึงทำการ uninstall Dota 2 และ Steam ตามลำดับครับ 😀

Surface 3 Keyboard Cover

Microsoft-Surface-3-with-various-Keyboards-available-separatelyภาพจาก egadgets4u

ไม่ซื้อได้มั้ย? ผมว่า ไม่น่าได้ครับ เหมือนเป็นของคู่กัน/จำเป็น ที่คุณต้องซื้อแน่นอนเวลาจะซื้อ Surface ไม่ว่ารุ่นใดๆก็ตาม เพราะจะทำให้เรารู้สึกใช้งานได้สะดวกขึ้นทั้งในโหมดเอกสารและความเคยชินของการทำงานทั่วไป แต่ถ้าใช้ในแบบแท็บเล็ต ก็ยังสามารถพับคีย์บอร์ดไปข้างหลังได้หรือถอดเก็บไปได้ ถ้าเราพับคีย์บอร์ดไปด้านหลัง ระบบจะสั่งให้คีย์บอร์ดจะหยุดการทำงานเองครับ และที่สำคัญ คีย์บอร์ดรุ่นนี้ เพิ่ม backlit มาด้วย สามารถมองเห็นในที่มืดได้ครับ นับว่าพัฒนากว่ารุ่นก่อนๆได้ดีเลยทีเดียว

ความคุ้มค่า

Surface 3 มีสองรุ่น คือ

  • 64 GB RAM 2 GB ราคา 17,400 บาท (+คีย์บอร์ด = 21,890 บาท)
  • 128 GB RAM 4 GB ราคา 21,400 บาท (+คีย์บอร์ด = 25,890 บาท)

ซึ่งผมแนะนำให้ซื้อรุ่น 128 GB RAM 4 GB ดีกว่าเพราะ RAM 2 GB นั้นไม่อาจเพียงพอกับการรันโปรแกรมหลายๆโปรแกรมพร้อมกันบน Windows ตัวเต็มแบบนี้ อย่าลืมว่ามันไม่ใช่แท็บเล็ต มันคือคอมพิวเตอร์เครื่องนึงในรูปทรงของแท็บเล็ต และผมลงโปรแกรมพวก Adobe + Microsoft Office ที่แถมฟรีมา 1 ปี ก็ทำให้พื้นที่เหลือไม่ถึง 50 GB (จาก128 GB) แล้ว ดังนั้นยังไงผมก็อยากแนะนำให้ซื้อรุ่นนี้มากกว่ารุ่น 64 GB RAM 2 GB ครับ

จะเห็นว่า ราคา Surface 3 นั้นต่างจาก Surface Pro 3 รุ่นล่างสุดไม่มาก (Core i3 64GB RAM 4 GB ราคา 29,500 บาท) แต่สิ่งที่ทำให้ Surface 3 คุ้มกว่าคือ ความบาง เบา และขนาดพอดี ทำให้พกพาไปไหนสะดวกกว่า เหมาะกับเป็นคอมเครื่องที่สองที่จะพกออกไปทำงานนอกบ้าน

เปรียบเทียบกับ iPad Air 2 (โดย Surface 3 ราคาแพงกว่านิดหน่อย) จะได้เปรียบในหลายๆอย่าง เช่น คีย์บอร์ดที่ทำมาเป็นตัว Cover ด้วย แต่ของ iPad จะเป็นแค่ Cover อย่างเดียว ไม่มีคีย์บอร์ดบน Cover ส่วนระบบปฏิบัติการก็รัน Windows ตัวเต็ม ลงโปรแกรมที่คอมฯลงได้ทุกโปรแกรม ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้แอพในสโตร์เท่านั้น การใช้งานจึงหลากหลายกว่า เป็นต้น

การจ่ายเงินยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะนอกจากจะซื้อเครื่องกับคีย์บอร์ดแล้ว เราอาจต้องซื้อปากกา ซื้อหัวแปลงต่อจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งส่วนใหญ่จะจบราคาที่เกือบสามหมื่นบาทครับ ในเมื่อแพงขนาดนี้ก็ต้องถามที่ตัวเราเองว่า ยอมแลกกับความบาง เบา พกพาสะดวก หรือข้อดีอื่นๆได้หรือไม่

สรุป

surface_3_01

ข้อดี

  • บาง เบา ถือไม่หนักมือ
  • ขนาดพอดีมือ จับถนัดมือ ด้วยหน้าจอ 10 นิ้ว
  • เป็น Windows 8.1 ตัวเต็มพร้อมอัพเกรดเป็น Windows 10 ได้
  • ใช้งานบนตักได้สะดวกกว่ารุ่นก่อนหน้า ที่สามารถปรับขาตั้งได้ 3 ระดับ
  • กล้องดีขึ้น คุณภาพพอๆกับสมาร์ทโฟนระดับกลาง เหมาะสำหรับถ่ายรูปเร็วๆแล้วจดโน้ตสิ่งสำคัญ
  • ใช้ Power Bank ชาร์จไฟได้
  • CPU atom ดีกว่าที่คิดไว้ ใช้งาน Photoshop พื้นฐานยังถือว่าลื่นไหล

ข้อเสีย

  • CPU atom อาจมีการหน่วงบ้าง ทำงานบางอย่างแบบมืออาชีพไม่รวดเร็วทันใจ
  • รู้สึกราคาแพง และไม่แถมคีย์บอร์ดและปากกา
  • แอพบางแอพไอคอนเล็กเกินไป ไม่ได้ปรับให้เข้ากับระบบปฏิบัติการ (อัพเดต: ปัจจุบันเริ่มดีขึ้น)

สุดท้ายแล้ว Surface 3 ถือว่าเป็นแท็บเล็ตในร่างโน้ตบุ๊ค ที่ทำออกมาได้ “พกพาสะดวก” ของจริง เพราะความรู้สึกแรกที่เราคิดคือ มันคือแท็บเล็ต แต่พอเล่นไปเล่นมา มันก็ทำงานได้เหมือนคอมเครื่องนึงเลย แค่อาจจะหน่วงๆหน่อย ถ้าทำงานแบบมืออาชีพ เช่นพวก Photoshop ส่วนเรื่องราคาที่แพงไปหน่อย เราอาจซื้อโน้ตบุ๊คที่สเปคดีกว่านี้ได้เยอะพอสมควร แต่ก็ยังไม่มีโน้ตบุ๊คเจ้าไหนที่จะทำให้รู้สึกบางและเบาได้เท่า Surface 3 มาก่อน (เคยมี Sony Vaio Pro11 ที่ทำให้บางและเบาที่สุดในโลกไป ด้วยน้ำหนัก 700 กรัม ใช้ Core i5-i7 แต่ก็เลิกขายเพราะขายกิจการไปแล้ว) ดังนั้นจุดเด่นที่สุดของ Surface 3 ที่ผมเน้นมากที่สุด คือ แท็บเล็ตผสมโน้ตบุ๊คที่มีน้ำหนักเบาและบาง พกพาสะดวก ครับ

ใครมีคำถามอะไร/อยากให้รีวิวอะไรเพิ่มเติม สามารถคอมเม้นท์ได้ด้านล่างเลยครับ

8.5
พกพาง่าย

Surface 3

บาง เบา ถือไม่หนักมือ
ขนาดพอดีมือ จับถนัดมือ
ใช้งานบนตักได้สะดวกกว่ารุ่นก่อนหน้า ที่สามารถปรับขาตั้งได้ 3 ระดับ
ใช้ Power Bank ชาร์จไฟได้
CPU atom ดีกว่าที่คิดไว้ ใช้งาน Photoshop พื้นฐานยังถือว่าลื่นไหล

  • ความสะดวกสบายในการพกพา 10
  • ประสิทธิภาพการใช้งานพื้นฐาน 9
  • แบตเตอรี่ 8
  • คุ้มค่าราคา 7

บทความที่เกี่ยวข้อง More from author

Comments

Loading...